ข้อมูลบริษัท

สาส์นจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ และบริษัทย่อยสามารถทำยอดขายได้สูงสุด (High Record) 33,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 คิดเป็น 8% ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 33,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนโครงการอาคารชุด 52% และโครงการบ้านจัดสรร 48% บริษัทฯ และบริษัทย่อยเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 25 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 22 โครงการ และโครงการอาคารชุด 3 โครงการ ส่วนทางด้านรายได้รวมเติบโตในทิศทางเดียวกับยอดขาย โดยรายได้รวมสำหรับปี 2561 เท่ากับ 25,810 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,770 ล้านบาท หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณร้อยละ 39 ต้นทุนการเงินอัตราเฉลี่ย 2.49% ต่อปี สินทรัพย์เติบโตสูงขึ้น 4% และส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโต 22% และบริษัทฯ ยังคงระดับความน่าเชื่อถือจากการจัดอันดับ Credit Rating ของ TRIS ที่อยู่ในระดับ A/Stable

ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีโครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาประมาณ 140 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หัวเมืองต่างจังหวัดแห่งใหม่ เช่น เชียงราย พิษณุโลก ฯลฯ และพัฒนาโครงการเพิ่มจากหัวเมืองเดิมที่มีอยู่ เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา สงขลา เป็นต้น เป็นมูลค่ากว่า 299,453 ล้านบาท โดยมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 42,529 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (SPALI-W4) จำนวน 429,135,954 หน่วย แปลงเป็นหุ้นสามัญจำนวน 426,526,081 หุ้น เพื่อรักษาฐานทุนให้แข็งแกร่ง และเตรียมความพร้อมในการขยายโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เติบโตได้อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรเพิ่มขึ้น

ในปี 2562 บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่ 34 โครงการ ครอบคลุมทำเลทั่วประเทศทุกประเภทสินค้า เน้น 5 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 1) สร้างสินค้าใหม่ ดีไซน์ใหม่ บนทำเลใหม่ที่มีดีมานด์ 2) พัฒนาบ้านอัจฉริยะนำเทคโนโลยี มาสร้างสรรค์สิ่งอำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้ลูกค้า 3) เพิ่มเซ็กเมนต์ใหม่ ๆ สร้างบ้านหรูระดับบน 4) ปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าให้มากขึ้น และ 5) มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม เช่น กำลังเตรียมพัฒนาโครงการบ้านผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของบริษัทฯ คือ “สร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรม เพื่อผลประกอบการที่ดีและเติบโตอย่างยั่งยืน”

และในปีนี้บริษัทฯ ได้รับรางวัลเกียรติยศจากองค์กรชั้นนำต่างๆ จำนวนมาก อาทิ รางวัลหุ้นยั่งยืน และรางวัลรายงานความยั่งยืน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รางวัล “Certificate of ESG100 Company” จาก ESG Rating ของสถาบันไทยพัฒน์ รางวัล Drive Awards 2018 จากสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561 จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2561 ระดับประเทศ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน รางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพ จากมูลนิธิสัมมาชีพ เป็นต้น

ตลอดระยะเวลากว่า 29 ปี บริษัทฯ ยึดมั่นและให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดียิ่งขึ้น ด้วยจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility : CSR) สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามกระบวนการ SDGs (Sustainable Development Goals) โดยมุ่งมั่นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมหลากหลายรูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมด้านการให้ความรู้ การศึกษา ครอบครัว สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม อาทิ การปรับปรุง พัฒนาโรงเรียนในชนบท การพัฒนาภูมิทัศน์ในศาสนสถาน การให้ความรู้ผ่านการบรรยายทางวิชาการ และการเจริญสติ-สมาธิ เป็นต้น นอกเหนือจากการดำเนินงานทางธุรกิจแล้ว บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในหลักจริยธรรม บรรษัทภิบาล แนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่กับความถูกต้องตามกฎหมาย โดยเน้นกระบวนการภายในการดำเนินธุรกิจให้ครอบคลุม เพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายรวมถึงสังคมโดยรวม เพื่อนำศุภาลัยก้าวไปสู่องค์กรธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต

 

ดร. ประทีป ตั้งมติธรรม
ประธานคณะกรรมการบริษัท
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)