ข้อมูลบริษัท

สาส์นจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2562 จากสงครามการค้าระหว่างประเทศ ทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกโดยรวมลดลงซึ่งรวมถึง ประเทศไทย และส่งผลต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่่ยนด้วย

อย่างไรก็ตามปัจจัยที่่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คือ มาตรการกำกับดูแลสินเชื่่อที่่อยู่อาศัย (Loan to Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทยในไตรมาสที่่สอง ที่่มีผลต่อความสามารถของลูกค้าในการโอนกรรมสิทธิ์และเมื่่อรวมกับปัญหาการเพิ่มขึ้นของระดับหนี้สินภาคครัวเรือนและราคาสินค้าเกษตรที่่ตกต่ำ ทำ ให้การตัดสินใจซื้อ ของกลุ่มลูกค้าลดลงจนเกิดภาวะชะลอตัว

ขณะเดียวกันค่าเงินบาทที่่แข็งขึ้้นเป็นผลให้ลูกค้าต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนมีภาระในการซื้้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ ราคาแพงขึ้้น ทำให้กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้หายไปเป็นจำนวนมาก

จากปัจจัยข้างต้นในช่วงครึ่งปีแรกทำ ให้ลูกค้าส่วนใหญ่ชะลอการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะสินค้าประเภท อาคารชุด ที่มีมีอดจองลดลงมาก ขณะที่่โครงการแนวราบยังเป็นสินค้าที่ยั่งมีความต้องการจึงมียอดขายลดลงไม่มากเมื่่อเทียบกับ โครงการอาคารชุด

อย่างไรก็ตามเมื่่อช่วงปลายปีรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการจดจำนอง ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ การสนัับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) และสินเชื่่อเพื่่อที่อยู่อาศัย ที่่มีอัตราดอกเบี้้ยต่ำจากธนาคารจากการปรับนโยบายการเงินโดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ทำให้ภาพรวม ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กระเตื้องขึ้้น

จากปัจจัยต่างๆ ที่่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ในปีที่่ผ่านมา ยอดขายของกลุ่มบริษัทฯ ลดลงเหลือ 22,324 ล้านบาท หรือ ลดลง 33% โดยมีสัดส่วนโครงการอาคารชุด 38% และโครงการแนวราบ 62% ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 23,957 ล้านบาท ลดลง 7% และกำไรสุทธิ 5,403 ล้านบาท ลดลง 6% ส่วนความสามารถในการชำ ระคืนหนี้้พบว่า กลุ่มบริษัทฯ มีภาระหนี้สิน ที่มีดอกเบี้้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 34% ด้วยต้นทุนการเงินเฉลี่่ยเพียง 2.3% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานะทางการเงินที่่แข็งแกร่ง ทำ ให้บริษัทฯ ยังคงระดับความน่าเชื่่อถือจากการจัดอันดับเครดิตโดย TRIS Rating อยู่ที่่ระดับ A/Stable ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีโครงการครอบคลุมพื้้นที่่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดทั่วประเทศ เป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท โดยมียอดขายที่่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 38,655 ล้านบาท และในปี 2563 บริษัทฯ มีแผนจะเปิดโครงการใหม่ครอบคลุมทำเลทั่วประเทศทุกประเภทสินค้า โดยเน้น 5 กลยุทธ์ คือ 1) สร้างสินค้าใหม่ ดีไซน์ใหม่ บนทำเลใหม่ที่่ มี ความต้องการ 2) พัฒนาบ้านอัจฉริยะ นำเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์สิ่งสิ่งอำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยัให้ลูกค้า 3) เพิ่มเซ็กเมนต์ใหม่ๆ สร้างบ้านหรูและอาคารชุดแบบ มิกิซ์ยูส (Mixed-use) ระดับบน 4) ปรับปรุงกระบวนการทำงานภายใน และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่่อเข้าถึงความต้องการที่่แท้จริงของลูกค้าให้มากขึ้้น และ 5) มุ่ง ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสั่งคม สิ่งแวดล้อม เช่น การพัฒนาโครงการบ้านผู้สูงอายุ ซึ่่งสอดคล้องกับภารกิจของบริษัทฯ คือ “สร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรม สินค้าและบริการ เพื่่อผลประกอบการที่ดี โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย”

และในปีนี้บริษัทฯ ได้รับรางวัลเกียรติยศจากองค์กรชั้้นนำต่างๆ จำนวนมาก อาทิ รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ดีเด่นและรางวัลหุ้นยั่งยืน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม “ดีเลิศ” ติดต่อกัน เป็นปีที่่ 7 จากผลการสำรวจการกำกับดูแล กิจการที่ดีบริษัทจดทะเบียนในปี 2562 โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย, ได้คะแนนเต็มร้อยละ 100 จากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) ปี 2562 โดยสมาคม ส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ติดต่อกันเป็นปีที่่ 8, รางวัล Thailand’s Most Admired Company 2019 สาขาการบริการ จากนิตยสาร Brand Age, รางวััลฉลากแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน 2562 ระดับดีมาก ประเภทอาคารชุด จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังาน, รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงาน สัมพันธ์และสวัสัดิการแรงงาน ประจำปี 2562 ระดับประเทศ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน, รางวัล Silver Star for Children จากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เป็นต้น และได้รับคะแนนความพึงพอใจต่อการบริการจากลูกค้าในปี 2562 เฉลี่่ยร้อยละ 84.8

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี กลุ่มบริษัทฯ ยึดมั่นและให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่าง ยั่งยืนโดย มุ่งมุ่งเน้นการสร้างสมดุล ที่่เหมาะสมใน 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตของคนในสัังคมให้ดียิ่งขึ้้นด้วยจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility : CSR) สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามกระบวนการ SDGs (Sustainable Development Goals) การสร้างสรรค์ นวัตกรรมที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่่อง ทั้้งกิจรรมด้านการให้ความรู้การศึกษา ครอบครัว สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม และบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในหลักจริยธรรมและความถูกต้องตามกฎหมาย ไปพร้อมกับการพัฒนา คู่ค้าให้ครอบคลุมหลักการที่ดีทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่่อสร้าง ประโยชน์แก่ผู้มีผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายรวมถึงสังคมโดยรวม เพื่่อนำศุภาลัยก้าวไปสู่องค์กรธุรกิจที่ ยั่งยืนในอนาคต

 

ดร. ประทีป ตั้งมติธรรม
ประธานคณะกรรมการบริษัท
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)